2005/Nov/13

คดีที่สองต่อเลยดีกว่า

เหยื่อรายที่สอง แอนนี่ แช๊ปแมน เธออาศัยอยู่กับ สามี ของเธอ จอห์น แช๊ปแมน เธอมีลูกด้วยกัน 3 คน ลูกคนแรกเธอ เอมิลี่ เสียชีวิต จากโรคเหยื่อสมองอักเสบ เมื่ออายุ 12 ปี ลูกชายของเขา จอห์น พิการและถูกส่งไปยังสถารับเลี้ยงคนพิการ ลูกคนที่สามของเธอ จอร์จิน่า ถูกส่งไปยังสถาบันที่ฝรั่งเศษ แอนนี่ เป็นหญิงที่ฝันเฟื่อง เมื่อลูกสาวเสียชิวิต เธอจึงออกจากครอบครัว มาอาศัยอยู่กับช่างทำตะแกรงเหล็ก แต่ไม่นาน เมื่อ ช่างทำตะแกรงเหล็กรู้ว่าเธอ ดื่มหนักมาก ทั้งสองจึงหย่าร้างกัน ปีที่เกิดเหตุแอนนี่ อายุได้ 47 ปี สูง 5 ฟุต สุขภาพของเธอไม่ค่อยดีนักเป็นโรคปอด และ เนื้อเหยื่อสมองอักเสบ เธอมีชิวิตอยู๋ได้ไม่นาน แต่ก็ไม่ได้จบชีวิตเพราะโรคร้าย โดย ฝีมือ ของ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ วันที่ 7 กันยายน 1888 05.20-05.30 น. ช่างไม้ที่อาศัยอยู่บริเวณ ถนน ฮันเบอรี่ ได้ยินเสียงคนคุยกันบริเวณ ลานหน้าบ้าน เป็นเสียงของคนถกเถียงกัน แล้วก็มีเสียง คน หรือ อะไรบางอย่าง กระแทกเข้ากับไม้อย่างแรง แต่ก็ไม่ได้เฉลียวใจอะไร เพราะนึกว่าเป็นแค่เสียงคนทพเลาะกัน ต่อมา 05.45 น. - 06.00 จากนั้น จอห์น เดวิส พนักงานขับรถ บนถนนฮันเบอรี่ ซึ่งพักอยู่ในบ้านเลขที่ 29 ถนนฮันเบอรี่ ลงมาที่ชั้นล่าง และเข้าไปในลานบ้าน ได้พบกับร่างของ แอนนี่ แช็ปแมน เธอนอนขนาบกับ แนวรั้วบ้าน ศรีษะห่างจากบันได 6 นิ้ว แขนซ้ายวางพาดหน้าอกซ้าย หน้าเจ็มไปด้วยเลือด และ ลำคอ ถูกเชือดแผลเหวอะหวะ กระโปงถูกถกขึ้นถึงหัวเข่า พอเห็นดังนั้นจึงตะโกนเรียกคนใด ทุกคนลุมดูสภาพศพที่น่ากลัว นอนจมกองเลือด ใน ช่วงเช้า หมอได้ชันสูตรเบื้องต้นเห็นใบหน้าที่บวมเป่ง ลิ้นซึ่งบวมเช่นกัน แลบออกมาระหว่างฟัน แขนขาเริ่มแข็ง ลำคอถูกเชือดแผลลึกประมาณ 2 นิ้ว และตายมาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เขาคิดว่า น่าจะฆาตกรรมบนลานบ้านเพราะบริเวณอื่นไม่มีรอยเลือด ต่อมาได้กระทำการสำรวจบริเวณศพพบ กระเป๋าของแอนนี่ ซึ่งเปิดอ้าอยุ่ตกอยู่ใกล้ๆ และยังมีข้าวของอื่นๆ ผ้ามัสลินเนื้อหยาบผืนหนึ่ง หวี ซองจาหมายเก่าๆ ใส่ยาสองเม็ดและที่ซองมี อักษร เอ็ม นอกจากนั้นยังมี แหวนทองเหลืองสองสามวงที่เพื่อนเธอให้ไว้หายไปจากที่เกิดเหตุ บรรดาตำรวจ นักสืบ รีบทำการค้นหาตัวผู้ต้องสงสัยในทันที

ผู้ต้องสงสัย ในคดี แอนนี่ แช็ปแมน มีหลายรายแต่ รายที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุดคือ ไพเซ่อร์ ฉายา ผ้ากันเปื้อนหนัง เป็นชาวยิวโปลิช และเป็นช่างทำรองเท้า วัย 30 หลังจากตำรวจไล่ล่าอยู่อาทิตย์กว่า ในที่สุดวันที่ 10 กันยายน เขาก็จนมุมในบ้านญาติเลขที่ 22 ถนนมัลเบอรี่ และถูกนำตัวไปสถานนีตำรวจ ตำรวจพบ มีดยาว 5 เล่มในบ้านพักของ ไพเซ่อร์ แต่ ไพเซ่อร์ยังอ้างว่า เป็นมีดที่เขาไว้ทำรองเท้าหนัง อันเป็นอาชีพของเขา หลังจากถูกขัง อยู่ 2 วัน ไพเซ่อร์ ได้ถูกปล่อยตัวจากห้องขัง เนื่องจาก การสอบสวนเขา มีพยานหลักฐานในวันที่ และ เป็นความจริง ในช่วงสองสามวันตำรวจได้จับผู้ต้องหา 7 ราย แต่คนที่ตำรวจหามากที่สุดคือ กุ๊ก เฮนรี่ พิกก๊อทท์ วัย 53 ปี เพราะมีคนพบเขาในวันเกิดเหตุคดีแรกที่ ไวท์แชมเพล แต่ พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ชี้ว่า คนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับคนในคดีแรก พิกกอทท์ จึงถูกปล่อยตัว ต่อมา จากการกดดัน จากหนังสือพิมพ์ กระทรวงมหาดไทยเลย สั่งให้ปิดคดีให้เร็วที่สุด โดยมีเงินรางวัล สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแส ให้กับทางตำรวจ จากนั้นก็จับผู้ต้องหาอีก 2-3 คนแต่ทั้งหมด มีอาการทางประสาท เกือบทั้งหมด และ ก็มีพยานหลักฐานครบถ้วน

วันนี้ ตอนที่ 2 หวังว่าจะชอบกันนะคับ


Comment

Comment:

Tweet


เเจ็ก เดอะ ริ้ปเปอร์

มี จริง ค่ะ อยู่ ใน ลอนดอน


เมื่อ 100 ปี ก่อน


เเละ เเจ็ก ก้อ ยัง ได้ ฉายา



ว่า ( เเจ็ก นัก เชื้อด )
#26 by เบล (117.47.180.54) At 2009-10-08 17:42,
นี่ตกลงแจ็ค เดอะริปเปอร์คงจะแค้นผู้หญิงที่มีผมสีบรอนส์มากๆเลยconfused smile
#25 by แจ๊ค เดอะริปเปอร์ (222.123.230.249) At 2009-07-13 17:36,
แล้วสรุปแจ็คเดอะริปเปอร์เป็นใคร
ได้ยินแต่ซื่อเสียงของเขาว่าเป็น
นักค่าเลือดเย็นค่าแต่ผู้หญิงที่มีผม
สีบอนด์อะไรนีระเห็นว่าเหมือนแม่
ของตัวเอง หรือจะมีคนสั่งให้แจ็ค
เดอะริปเปอร์ทำกันแน่น ยังเป็น
ปริศนาอยู่
แล้วประจุบันตระกูลที่เกียวข้องกับแจ็ดเดอะริเปอร์
มีมั้ยขอข้อมูลที่นะ
ส่งมาให้หน่อย
ที่venut_music@hotmail.com
ใครหาได้ก็เอามาให้หน่อยนะครับ
เออแล้วอีกอย่างขอคดีแจ็คเดอะริบเปอร์ทั้ง5คดีได้มั้ย
จะเอาไปให้คนอื่นอ่านอีกขอไประนะ
อย่าโกรธระบาย 555ขโมยหน้าด้านๆ
#24 by (125.25.242.14) At 2009-01-30 12:31,
ชอบมากเลยงะเรื่องของเจ็คเดอะ ริปเปอร์
ผมพึงมาได้อ่านนีระ แต่ก็อยากรุ้ว่าตำรวจจับแจ็ค
ได้มั้ย
แล้วแจ็คพวกตระกูลอะไรเกรียวดองกับแจ็ด เดอะ ริปเปอร์ ม่าง
#23 by (125.25.242.14) At 2009-01-30 12:24,
โห น่าสนใจมากเลยอ่ะ เรื่องแจ็คเนี่ย อยากเปนคนสมัยลอนดอนเมื่อร้อยปีก่อนจัง มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ
#22 by นิว (125.26.22.168) At 2008-04-04 15:32,
แสดงว่า แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ก็มีจริงอะดิ ถ้ามีในประเทศไทยตอนนี้ก็คงกลัวกันตายเลยembarrassed embarrassed
#21 by เด็ก (203.113.45.228) At 2008-01-05 19:45,
แต่เท่าที่หนุรู้มา คดีที่ 2 น่ะ เหยื่อคือ
ฮันนี่ เชาสตัน ไม่ใช่เหรอคะ
#20 by น้องๆ (124.120.1.34) At 2007-09-23 00:33,
[b][/
#19 by (124.157.173.147) At 2007-09-09 16:24,
!@#$%^&*()_+""::}{<>?
#18 by mh,bj kb khgjnk (222.123.70.233) At 2007-08-26 16:33,
มีสาระดีมากเลยค่ะ ...ถ้ามีตอนไหนสนุกๆ เอามาเล่าบ้างนะคะ ( แจ็ค มีจริงเปล่าอ่ะ )...
#17 by นุ่น (210.86.222.20) At 2007-06-08 20:37,
แว๊บ มาเม้นอ่ะงับ อิอิ
#16 by akeZ (203.113.41.101) At 2007-02-08 10:41,
แจ็ค เดอะริปเปอร์ เป็นสมญานามของฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งก่อคดีสะเทือนขวัญในกรุงลอนดอน ช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ปี 1888 เหยื่อของแจ็คเดอะริปเปอร์ล้วนเป็นหญิงโสเภณีในย่านไวต์แชปเพิล แหล่งสลัมเสื่อมโทรมในเขตอีสต์เอนด์ สมญานามนี้ได้มาชื่อในท้ายจดหมายซึ่งโผล่ออกมาระหว่างที่เกิดการฆาตกรรมขึ้น

เหยื่อของแจ็คจะเป็นผู้หญิงหากิน ซึ่งล้วนถูกของมีคมเชือดคอcละโดนคว้านเอาอวัยวะออกไป ปัจจุบันผู้ที่หลงใหลในการศึกษาเกี่ยวกับคดีฆาตกรสุดโหดจำนวนมาก จนมีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักริปเปอร์วิทยาเลยทีเดียว(ripperologist)

ตำนานสยองขวัญเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เมื่อมีคนพบร่างของแมรีแอน นิโคลส์ (พอลลี)วัย 43ปี การฆาตกรรมโสเภนีคนหนึ่งดูจะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญเท่าใดนัก แม้ว่าตำรวจลอนดอนต่างช็อกกับสภาพศพที่เห็น หลังจากเกิดเหตุตำรวจได้ตัวผู้ต้องสงสัยหลายคนแต่ก็จับใครไม่ได้ ชื่อพอลลีดูเหมือนจะเลือนหายไปแล้วกระทั่งผู้หญิงหากินอีกรายถูกพบกลายเป็นศพเมื่อวันที่ 8 กันยายนในปีเดียวกัน แอนนี แชปแมนถูกฆ่าปาดคอ และอวัยวะบางส่วนรวมทั้งมดลูกถูคว้านออกและหายไปจากที่เกิดเหตุ เหตุการณ์นี้สร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วลอนดอนและสื่อมวลชนก็เริ่มเข้ามามีบทบาท

ขณะที่ตำรวจก็ไม่มีเบาะแส คนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ตามจับได้ ข่าวลือต่างๆเกี่ยวกับการฆาตกรรมก็สะพัดไปทั่วเมือง ตอนนี้ฆาตกรได้ฉายาจากสื่อว่า "ผ้ากันเปื้อนหนัง" มีการตั้งข้อสงสัยว่ามือสังหารคือแพทย์ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับชิ้นส่วนต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

สามสัปดาห์หลังจากนั้น สิ่งที่น่าสยดสยองมากกว่านี้เกิดขึ้นอีก ค่ำคืนของวันที่ 30 กันยายน อลิซาเบธ สไตรด์ หรือ ลอง ลิซ วัย 45 ปี ออกจากผับแห่งหนึ่งและเดินกลับบ้าน แต่เธอกลับไม่ถึงบ้าน ศพของเธอถูกพบในวันถัดมา บริเวณลำคอมีบาดแผลเป็นทางยาว แต่ยังสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยดี คาดว่าฆาตกรคงถูกขัดจังหวะในขณะกำลังจะจัดการชำแหละเหยื่ออย่างเคย

แคทเทอรีน เอดโดวส์ หรือเคท วัย 46 ปี เป็นเหยื่อของแจ็คอีกรายที่สภาพศพน่ากลัวที่สุด โดนควักลูกตา เฉือนจมูก ลำคอถูกเชือด ช่องท้องถูกกรีดเป็นบาดแผลเหวอะ ไตถูกควักออกไป โดยมีข้อความเขียนไว้บนกำแพงในละแวกที่พบศพว่า "The Juwes are the men that Will not be Blamed for nothing." แปลความได้ว่า "ชาวยิวเป็นกลุ่มคนที่จะไม่ถูกกล่าวโทษ ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็ตาม"

ข้อความบนกำแพงนี้อาจจะมีอยู่ก่อนแล้วและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม กระนั้น ข้อความนี้ทำให้การสืบสวนพุ่งเป้าไปยังชาวยิว มีการวิพากษ์วิจารย์กันไปต่างๆ นานา จนเซอร์ ชาร์ลส์ วอร์เรน ผู้บัญชาการตำรวจนครลอนดอนสมัยนั้นสั่งให้ลบข้อความดังกล่าวเพื่อลดกระแสต่อต้านยิว และก็มีการจับตัวชาวยิวหลายคน รวมทั้ง จอห์น ไพเซอร์ ซึ่งต่อมาก็พบว่าเขาไม่ได้มีเอี่ยวใดๆ

ตำรวจรู้สึกกดดันอย่างหนักเมื่อยังหาตัวฆาตกรไม่ได้ ผู้ชายโชคร้ายหลายคนโดนควบคุมตัวแต่ก็ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นคือฆาตกรที่แท้จริง ชาวอีสต์เอนด์ก็คิดว่าเคทคงเป็นเหยื่อรายสุดท้ายแล้ว ขณะที่เจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่งไปเก็บค่าเช่าบ้านกับแมรี จีน เคลลี สาวไอริชหน้าตาดีคนหนึ่ง หลังจากเคาะประตูแล้วไม่มีเสียงตอบ เขาจึงไปดูทางหน้าต่างและก็ต้องตกตะลึงกับภาพหญิงวัย 25 ปีอยู่ในสภาพนอนกางขาบนเตียงนอน ผิวหนังโดนถลก มีมดลงอยู่กองอยู่ปลายเท้า มือข้างหนึ่งถูกจับล้วงเข้าไปในท้องที่โดนควักตับไตไส้พุงออก หัวใจถูกปลิดออกจากขั้วหายไป เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วห้อง ทั้งนี้ เป็นทีรับรู้กันว่าตอนนั้นเคลลีกำลังตั้งครรภ์

เคลลีอาจจะใช่หรือไม่ใช่เหยือรายสุดท้ายชองแจ็ค ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีผู้หญิงข้างถนนอีกหลายคนถูกฆาตกรรม บางรายอาจจะเป็นฝีมือของแจ็คก็ได้ เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงกับเหยื่อรายก่อนๆ อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ยอมรับในหมู่สาวกของแจ็คว่าเหยื่อของแจ็คนั้นมี 5 รายดังกล่าว ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ฆาตกรโหดรายนี้ต้องมีความรู้ในการในการผ่าตัดหรือทางการแพทย์อยู่พอสมควร

#15 by kat (203.118.68.248) At 2006-12-27 10:58,
ผมชอบแจ็คเดอะริปเปอร์มากสนุกดี ล้อเล่นคับ
#14 by irumi_kung (203.209.102.38) At 2006-08-22 23:33,
หนุกดีนะแต่สยองวะ
#13 by conan (203.209.126.236) At 2006-03-10 22:02,
เหอะๆๆ คดีหลอนตลอดกาลแห่งย่านลอนดอน
เคยอ่านว่าเป็นลูกเชื้อพระวงศ์หรือท่านอะไรซักอย่างตำแหน่งใหญ่ๆอะก็เลยทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยไป
#12 by rainbow092 At 2005-11-14 15:09,
โหดร้ายมากๆ

อยากได้ฆาตกร แบบอื่นๆอีก
#11 by - LittleMonkey - At 2005-11-13 23:20,
เม้นเว่ย ฮ่าๆๆๆๆๆ
#10 by มิ้น (58.136.193.228) At 2005-11-13 19:25,
ยาวโว้ย ขี้เกียดอ่าน ไปเล่นกีต้าต่อดีกว่า แล้วพวกมึงจะพบกับ Steve Vai live in ANS soon 5555+
#9 by Steve Vai (58.10.194.40) At 2005-11-13 19:18,
อ่านตอนแรกก่อนก้อดีนะคับ สนุก(ซาดิส)ไม่แพ้กัน
#8 by W@|kerZ At 2005-11-13 19:11,
สนุกดี
#7 by คนโว้ย (61.91.180.100) At 2005-11-13 18:47,
บล็อคนี้ช่างเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระยิ่งนัก เจ๊งจริงๆอํบ ไม่เจอกันนาน กลับมาอ่านทีก็ตาเหลือกเหมือนกัน
#6 by ✱Cho-ruN✱ At 2005-11-13 18:42,
ฆาตรกรโหดจริง ๆ น่ากลัวมาก เห็นว่าบางศพเอาเครื่องในมา ย่างกินอีกต่างหาก สยอง....
#5 by LEONARDO DAVINCI At 2005-11-13 18:37,
เหอๆ ไอโรคจิต เอาฆาตกรมาลง
#4 by the ฝ้าย (61.90.99.33) At 2005-11-13 18:17,
- -^
ซาดิสม์กันเข้าไป - -

อยากเตะเจ้าของบล็อควุ้ย

>w<!!
อิอิ
#3 by ◦ 藤原 千秋 ◦ Chiaki~* At 2005-11-13 17:03,
ไว้เอามาลงอีกนะคะ ชอบเรื่องนี้อ่ะ 55+ ออกแนว SM แฮะ -"-

V ^ ^
#2 by Vixen At 2005-11-13 16:11,
ว้าว........
ชอบจังคร่า
แจ๊กนี่เก่งจัง
(ซาดิสตั้งแต่เมื่อไหร่เรา)

.......- -
#1 by Fona :3 At 2005-11-13 16:08,