2005/Oct/09

เอาสฟิงซ์ไปก่อนละกัน งิๆ

สฟิงซ์

เป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของสัดหลายชนิดรวมอยู่ในตัวเดียวกัน ตามความเชื่อของคนแถว

อียิปต์ จะว่าเฉพาะอียิปต์ซะทีเดียวก็จะรวบรัดไป เพราะสฟิงซ์มีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ต่าง

ไปตามการแต่งเติมสีสัน ให้น่ากลัวมากขึ้นเท่าไร อย่างของชาวกรีก สฟิงซ์จะมีใบหน้า

และทรวงอกของหญิงสาว ท่อนล่างเป็นสิงโต และมีปีก แบบนกอินทรี ส่วนของอียิปต์

หรือพันธุ์ที่เราเรียกว่า แอนโดรสฟิงซ์ (Andro-Sphinx) ก็มีรูปร่างเหมือนชาวกรีกนั่นแหละ

เพียงแต่ว่าไม่มีปีกเท่านั้นเอง และของพวกอียิปต์อีกเช่นกัน ที่สฟิงซ์แตกเผ่าเป็น

ครีโอสฟิงซ์ (Crio-Spninx) ที่มีหัวเป็นแกะบ้าง หรือเป็นนกเหยี่ยวบ้าง ในเปอร์เซีย (Persia),

แอสซีเรีย (Assyria), และฟีเนียเซีย(Phoenicia) มีสฟิงซ์ทั้งสองเพศ ตัวผู้จะมีหนวด

และผมหยักศก ส่วนของโรมโบราณเป็นผู้หญิง และอาจจะเป็นแบบที่ส่งผ่านมาให้

กับอียิปต์ก็ได้ เพราะว่าตัวนี้สวมงูแอสพ์ (Asp) คาดอยู่ที่หน้าผากด้วย สฟิงซ์ของตะวันออก

กลางเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าฉลาด ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะมันจะเปิดเผยสิ่งที่มันรู้ยากมาก

มันพอใจที่จะนอนผึ่งแดดอย่างเป็นสุข ท่ามกลางการเคารพบูชาของผู้ที่เทิดทูนมัน

ส่วนสฟิงซ์ของพวกกรีก กลับมีลักษณะที่ตรงกันข้าม มันทรยศหักหลัง ก้าวร้าวรุนแรง

และกระหายเลือด และพวกนี้ยังชอบกินคน เป็นอาหารเสียด้วยลักษณะที่เด่นชัดของ

สฟิงซ์กรีกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคล้ายแมว หรือจะว่าอีกทีก็คล้ายผู้หญิงด้วย นั่นคือ

มันจะพูดคุยหยอกเหยื่อของมันก่อนที่จะสวาปามเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกิด

เยื่อหนีรอดไปได้ สฟิงซ์จะบินดิ่งทิ้งตัวกระแทกพื้นหรืออะไรสักอย่าง ด้วยความโกรธเกรี้ยว

จนตายไปเองก็บ่อย เรื่องราวเกี่ยวกับสฟิงซ์ของกรีกที่โด่งดังเรื่องหนึ่ง เห็นจะไม่พ้นเรื่อง

ของเจ้าแม่เฮรา (Hera) ซึ่งมอบหมายหน้าที่ลงโทษชาวเมืองธีบีส (Thebes) เพราะความ

เมามายไร้สติของพวกเขา หลังจากที่ไดโอนิซุส เทพแห่งเมรัยได้มาสอนการทำไวน์

ให้แก่ชาวเมืองนี้ ตามปกติสฟิงซ์จะไม่เข้าขย้ำเหยื่อ ที่ผ่านมาในทันทีทันใด แต่จะให้

โอกาสเหยื่อด้วยการถามปัญหา ที่เรียกกันว่าปัญหาของตัวสฟิงซ์ (The Riddle of the Sphinx)

ซึ่งสัญญาจะปล่อยเหยื่อเป็นอิสระ หากตอบปัญหาของนางได้ แน่ล่ะตามท้องเรื่องที่จะกล่าว

ถึงพระเอกคนหนึ่งนี้ ต้องมีเรื่องให้ไม่มีใครตอบได้ จนกว่าพระเอกของเรื่องคือ เอดิปุส (Oedipus)

แห่งโครินท์ผ่านมาในเมืองธีบีสพอดิบพอดี สฟิงซ์กระโดดออกมาจากหลังพุ่มไม้

แลบลิ้นเลียปากด้วยความอยากกินเนื้อ มานพน้อยรูปงาม ก่อนจะส่งเสียงคำรามให้ขวัญหาย

เข้าใส่เอดิปุสและถามปัญหา "อะไรเอ่ยเดินสี่ตีนในยามเช้า เดินสองตีนในยามสาย และเดิน

สามตีนในยามเย็น.? "อ๋อ ใช่ก็สโนว์ไวท์นะซี เอ๊ยคนละเรื่อง มันก็คือมนุษย์นั่นแล

ย่อมเดินด้วยการคลานทั้งมือและเข่า เมื่อยังเป็นเด็ก ยืนด้วยขาสองข้างเมื่อโตเต็มที่

และต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเอง เป็นขาที่สามในยามสายัณห์ของชีวิต เอดิปุสตอบอย่างไม่ลังเล

สฟิงซ์เมื่อได้ฟังคำตอบ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากมนุษย์หน้าไหนเลย ถึงกับกรีดร้องด้วย

ความเจ็บใจ นางโผบินขึ้นบนฟ้า แล้วทิ้งตัวดิ่งลงฆ่าตัวตายในทะเล นี่ดูเหมือนหล่อนจะเป็น

ฝ่ายแพ้ ทั้งๆที่ถ้าจะนับแล้วสฟิงซ์ต่างหาก ที่เป็นฝ่ายชนะ เพราะหลังจากที่สฟิงซ์ ซึ่งเป็นสัตว์

ที่น่ากลัวที่สุดของปวงชาวธีบีสได้ตายไป ผู้รักษาการณ์เมืองธีบีส ถึงกับเชิญเอดิปุสขึ้นเป็นราชา

และให้แต่งงานกับราชินีม่าย โจคัสต้า (Jocasta) ของกษัตริย์องค์ก่อน และกว่าจะรู้ความจริง

ว่าโจคัสต้านี่เอง คือมารดาผู้ให้กำเนิดเอดิปุส ก็เมื่อนางได้ตกเป็นราชินี อย่างแท้จริงของเอดิปุส

ไปเสียแล้ว โชคชะตาย่อมเล่นกลต่อชีวิตของเขา มากกว่าที่จะถูกสฟิงซ์กินตายไปรู้แล้วรู้รอด

นอกจากสฟิงซ์ในตำนานแล้วก็ยังมีสฟิงซ์ที่รู้จักกันดี ก็คือสฟิงซ์ของอียิปต์ อาศัยอยู่

บนทรายสีเหลืองนุ่ม ของที่ราบสูง แห่งกิซา เป็นสิ่งก่อสร้าง ขนาดมหึมา ซึ่งเรารู้จัก

กันดี... สฟิงซ์ สัตว์ลูกครึ่ง ที่ทอดร่าง หันหน้าสู่ทิศตะวันออก และหมอบเฝ้า มหาพีระมิด

มานับพันปี!! คงนึกภาพ ตัวสฟิงซ์ออกน่ะ เจ้าสัตว์ที่เกิดจาก การรวมตัว อันแปลก

ประหลาด ระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ ของฟาโรห์

อียิปต์ แสดงไว้ชัดเจน คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผาก มีงูจงอางแผ่แม่เบี้ย และมีเครื่องประดับ

รัดเกล้าแบบกษัตริย์โดยรอบ ความกว้างของใบหน้านั้น ประมาณ 14 ฟุต ส่วนลำตัวที่เป็น

สิงโต มีความยาวเกินกว่า 240 ฟุต (วัดจากหัวถึงหาง) ขนาดของมัน มโหฬาร จนคนที่เดินผ่าน

เหลือตัวนิดเดียวว่ากันว่า สฟิงซ์ คือ รูปเหมือนขนาดใหญ่ กว่าร่างจริง สองเท่าของฮาร์มาชิส

เทพแห่งรุ่งอรุณ เมื่อตอนที่แปลงร่าง เป็นสิงโต มีเศียร เป็นฟาโรห์อียิปต์หรือ "sphingein

แปลว่า การบีบรัด เพราะสฟิงซ์ของชาวกรีก เป็นสฟิงซ์ที่นิสัยไม่ดี ชอบหยอกเล่นกับเหยื่อ

พอมีเหยื่อหลงเข้ามา ก็จะถามคำถาม และถ้าตอบไม่ถูก จะฆ่าทิ้งส่วนหน้าที่ ของสฟิงซ์

แห่งกิซา นอกจากเฝ้าพีระมิดแล้ว เบื้องหลังและทุกด้าน ของรูปปั้นอมนุษย์นี้ ยังมีพื้นที่

ที่เรียกว่า "นครมรณะ" รายรอบอยู่ นครมรณะกินอาณา บริเวณ คลอบคลุมผืนทรายทางใต้

ทางตะวันตก และเหนือของสฟิงซ์ หลุมแล้วหลุมเล่า ต่างถูกขุดเจาะเป็นโพรง เพื่อใส่โลงหิน

ที่บรรจุร่างของพระราชวงศ์ ขุนนาง และนักบวช ชั้นสูง ซึ่งผ่านกรรมวิธี การทำมัมมี่มาแล้ว

โดยที่สฟิงซ์ จะคอยขจัดวิญญาณชั่วร้าย ให้พ้นจากหลุมศพเหล่านั้น... อือ... แล้วเจ้าสฟิงซ์นี้

มีอายุเท่าไร ถ้านับตาม ลำดับญาติแบบเรา ๆ ก็คงเป็นปู่ทวด ของปู่ทวด ของปู่ทวดของ ปู่ทวดๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

....สรุปเรียก "คุณปู่ (10 ยกกำลัง 3) เพราะจากการคำนวณ อายุหินที่ใช้สร้าง โดยใช้คาร์บอน14

ปรากฏว่า สฟิงซ์มีอายุ เกือบหมื่นปี แต่ว่าประวัติศาสตร์ ชนชาติอียิปต์ เพิ่งเริ่มเมื่อสี่พันกว่าปี

ก่อนเอง แล้วสฟิงซ์ จะอายุเป็นหมื่น ได้อย่างไร บรรดานักวิชาการ จึงออกมาโต้คารมกันยกใหญ่

บางกลุ่มก็บอกว่า สฟิงซ์ ... ต้องสร้างในสมัย ฟาโรห์คาฟเร (เจ้าของพีระมิดองค์กลาง) เพราะ

ใบหน้าของสฟิงซ์นั้น เหมือนพระพักตร์ ของฟาโรห์ คาฟเรมาก และสาเหตุที่มี การแกะสลัก

ให้คล้ายกับ พระพักตร์ของ ฟาโรห์คาฟเร อาจเป็นเพราะ พระองค์ได้สมมุติตัวเอง โดยแสดง

เจตนาว่า ตัวสฟิงซ์นั้น แทนพระองค์ ซึ่งเป็นเทพเจ้า แห่งดวงอาทิตย์ แต่ฝ่ายวิเคราะห์

การผุกร่อนของหิน ก็โต้ว่า การผุกร่อนนั้น เกิดจากน้ำมากกว่าที่จะเป็น ลมและทราย

ตามที่เข้าใจ เป็นไปได้ว่า ก่อนที่ทรายจะเข้าปกคลุมบริเวณนี้ เคยเป็นดินแดน ที่ฝนตก

ชุกมาก่อน เลยตั้งสมมุติฐานว่า พอมีความชุ่มชื่น คนโบราณจึงเข้ามาอาศัย แล้วสร้าง

อนุสรณ์ แห่งความรุ่งเรืองเอาไว้ ก่อนที่จะล่มสลายไป จากนั้นบรรพบุรุษ ของชาวอียิปต์

ก็เข้ามาอาศัยแทนที่ และครอบครอง ซากอารยธรรมอันนี้ ไว้แบบเดียวกับ ชาวเผ่าอินคา

หลังจากถกเถียงกัน จนคอแห้ง ต่างก็ยอมยุติ สงครามน้ำลายลง เพราะไม่ว่าฝ่ายไหน

ก็หาหลักฐานมายืนยัน ความคิดของตนเองไม่ได้ เนื่องจากคนโบราณ ไม่ได้จารึกถึงวิธี และเวลา

ในการสร้างสฟิงซ์ เอาไว้เลย แล้วความลับในเรื่อง อายุของสฟิงซ์ ก็ยังคงเป็น ความลับต่อไป

อ้อ.. รู้ไหม ทำไมสฟิงซ์จมูกถึงบี้? สาเหตุที่จมูกของสฟิงซ์ แหว่งหายไป เป็นเพราะถูกเอาเป็นเป้า

ไว้ซ้อมยิงปืน ของชาวอาหรับ ก็สมัยนั้น เขากำลังเห่อปืน... อาวุธรุ่นใหม่ ที่เพิ่งออกมา แต่พอซื้อมาแล้ว

ก็หาที่ซ้อมเจ๋ง ๆ ไม่ได้ เลยหันมาเอาสฟิงซ์ เป็นที่ฝึกซ้อม เพราะนอกจาก จะเป็นเป้านิ่งแล้ว

ขนาดที่ใหญ่ ยังเหมาะกับมือสมัครเล่น เป็นที่สุด จวบจนทุกวันนี้ สฟิงซ์ก็ยังคงทำหน้าที่

เฝ้านครแห่งความตาย และเหล่ามหาพีระมิด ทั้ง 3 องค์ โดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน แม้แต่น้อย

ดวงตาหินของมัน ทอดมองสรรพสิ่ง ที่เปลี่ยนไป ตามกาลเวลา โดยไม่ปริปาก เล่าถึงความลับในอดีต

ยาวดีเนอะ 555


edit @ 2005/10/09 18:13:27

Comment

Comment:

Tweet


ว่าไงเหมียววว!~~open-mounthed smile
#17 by สฟิงซ์ (125.26.31.155) At 2010-01-08 17:39,
ก็เป็นเเมวนะสิdouble wink
#16 by lexpdk (125.26.31.155) At 2010-01-08 17:37,
ขอบคุณสำหรับข้อมูลคะconfused smile
#15 by Mint (124.120.106.168) At 2008-06-01 20:14,
Hi man!
#14 by tramadol (68.192.160.40) At 2006-11-16 02:32,
very best blog!
#13 by paxil cr (72.36.223.73) At 2006-05-07 09:29,
Well done!
#12 by tramadol (72.36.223.73) At 2006-05-07 05:52,
ปไคโฒ๑ฐ๗ควคขค๋กขฅชฅ๓ฅ้ฅคฅ๓ฅทฅ็ฅรฅืคฮฅอฅรฅศฅ๏กผฅฏ มดน๑ECถจตฤฒ๑คฌNPOหกฟอฒฝ1
#11 by Tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-29 03:02,
Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off
#10 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-16 17:02,
You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!
#9 by xanax (72.36.223.73) At 2006-04-16 05:08,
Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram
#8 by ultram (72.36.223.73) At 2006-04-11 10:50,
สนุกอีกแล้วววววววว ชอบเรื่องเกี่ยกวับอียิปส์ชะมัดยาด~~~~~...
#7 by AnAn At 2005-10-25 21:33,
ยาวดีแต่ก็มีสาระฮับ
#6 by ✱Cho-ruN✱ At 2005-10-10 17:46,
พรุ่งนี้เอาเป็นโพไซดอนและกันนะ
#5 by W@|kerZ At 2005-10-09 21:16,
เอ๊ะ
สฟิงซ์ที่ Hera ส่งมา
ตอนโอดี้ตอบได้ สฟิงซ์ฆ่าตัวตายโดยการบินขึ้นไปแล้วตกมากระแทกหินไม่ใช่หยอ ^^"
สงสัยคนละฉบับกัน

ยังไงๆก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคร๊า...........
#4 by Luscinia At 2005-10-09 19:52,
อัพเร็วจังครับ แบบนี้คงต้องเข้ามาทุกวัน ประวัติยาวดี มีหลายพันธุ์ เหมือนกับมังกรเลย แตกแขนงออกไปหลายรูปแบบ ตลกดี ตอน เอาจมูกไว้ซ้อมยิง เสียดาย แหว่งไปซะก่อน น่าคิดเหมือนกัน ถ้ามัน ถูกสร้างก่อน ปิรามิด หรือก่อตั้งอียิปต์ หรือว่า หินที่นำมาใช้อาจเก่ามากก็ได้
#3 by LEONARDO DAVINCI At 2005-10-09 18:39,
เย้
ซิงด้วย555
(หลังจากแกซิงฉันหลายentry [รึป่าว])
#2 by ◦ 藤原 千秋 ◦ Chiaki~* At 2005-10-09 18:29,
ยาวมาก
สฟิงซ์กรีกกะอียิปต์ต่างกันราวฟ้ากะดินเลยอ่ะ - -

ชอบ the riddle of sphinx
= =แต่ถ้าให้ไปตอบ ไม่เอาดีก่า - -
#1 by ◦ 藤原 千秋 ◦ Chiaki~* At 2005-10-09 18:28,